ค่าแรงงาน
โดยที่ชนบทเขตต่างๆ มีความแตกต่างกัน ทำให้คนชนบทในเขตที่ไม่มีงานทำในฤดูแล้ง ต้องเดินทางจากท้องถิ่นของตนมารับจ้างทำงานการเกษตรและนอกการเกษตรในเขตที่มีงานให้ทำ หรือมีค่าจ้างสูงกว่าการรับจ้างทำเกษตรในท้องถิ่นของตน จะเห็นตัวอย่างได้จากการที่คนชนบทภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสาน ได้มารับจ้างตัดอ้อยในภาคกลางซึ่งได้ค่าจ้างใน พ.ศ. ๒๕๓๐ ประมาณ ๖๕-๗๐ บาทต่อวัน หรือการรับจ้างกรีดยางในภาคใต้ซึ่งได้ค่าจ้างไม่ต่ำกว่า ๑๐๐ บาทต่อวัน นอกจากนี้โอกาสในการทำงานหรือระยะเวลาที่จะมีงานให้ทำนั้นก็ต่างกัน การรับจ้างทำนาในภาคอีสานจะมีงานให้ทำไม่เกิน ๙๐ วัน ใน ๑ ปี เพราะเขตชนบทในภาคอีสานนั้นส่วนใหญ่ยังปลูกข้าวได้เฉพาะฤดูฝนเท่านั้น ส่วนฤดูแล้งส่วนใหญ่จะไม่มีน้ำเพียงพอเพื่อใช้ในการปลูกข้าว หรือพืชไร่อื่นๆ ได้เลย ส่วนการรับจ้างกรีดยางในภาคใต้จะมีโอกาสได้ทำงานถึง ๒๐๐ วันใน ๑ ปี สำหรับการรับจ้างนอกการเกษตร ได้แก่ การทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม และการรับจ้างทั่วไปในเมืองหรือกรุงเทพฯ ได้รับค่าจ้างตามพระราชบัญญัติกฎหมายแรงงาน คือในต้น พ.ศ. ๒๕๓๒ ได้วันละ ๗๘ บาท และอาจมีงานทำตลอดทั้งปี แต่งานเหล่านี้ก็มีไม่มากพอ สำหรับคนชนบทจำนวนมากของเราซึ่งไม่สามารถทำการเกษตรในฤดูแล้ง


.jpg)
.jpg)
จริงคะ ค่าครองชีพต่างกัน อย่างผักชีในเมืองจะกำละ10-20 บาท แต่ในชนบทกำละ 3-5 บาทก็มี
ตอบลบจริง เพราะชนบทมีค่าครองชีพที่ต่ำจึงส่งผลต่อค่าแรงงาน
ตอบลบจริง แต่ในชนบทมรค่าครองชีพที่ต่ำกว่าเมืองมากๆค่ะ
ตอบลบจริง เพราะ ในชนบทค่าครองชีพไม่สูงหมือนในเมือง
ตอบลบ